September 29, 2022
เปแอสเชเฉือนเรอัลมาดริด

เมสซี่บอดโทษ! เปแอสเช เฉือน เรอัล มาดริด ทดเจ็บ 1-0 ศึกยูฟ่า ชปล. 16 กลุ่มครั้งแรก

การแข่งขันชิงชัย บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมครั้งแรก คู่ระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านพบกับ เรอัล มาดริด ที่สนาม ปาร์ค เดส์ แพร็งส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

เปแอสเชเฉือนเรอัลมาดริด1

เริ่มเกมมาทั้งคู่ทีมอุตสาหะตั้งเกมของตนให้ได้ นาทีที่ 17 เจ้าถิ่นสบโอกาสหนแรก ลิโอเนล เมสซี่ ชูบอลให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ วิ่งสอดเข้าเขตโทษไปกดด้วยขวาแม้กระนั้น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ออกมาบล็อกได้ทัน

นาทีที่ 23 เจ้าบ้านยังได้ลุ้นอีกครั้ง นูโน่ เมนเดส พาบอลขึ้นด้านซ้ายก่อนเปิดให้ ลิโอเนล เมสซี่ สับไกที่เสาแรกด้วยซ้ายแม้กระนั้น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไม่พลาดยังรับเอาไว้ได้ไม่มีปัญหา

ด้านหลังเกมนาทีที่ 45 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม โทนี่ โครส เปิดโค้งเข้ากรอบเขตโทษ กาเซมิโร่ วิ่งโฉบมาโขกเต็มหัวแม้กระนั้นบอลหลุดเสาออกไปนิดหน่อย หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 เปแอสเช น่าได้ทางออกนำ อาชราฟ ฮาคิมี่ ไหลเข้าเขตโทษให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กดด้วยขวาเน้นๆแม้กระนั้น ติโบต์ กูร์กตัวส์ พุ่งเซฟได้เหลือเชื่อ

นาทีที่ 62 เจ้าบ้านมาได้จุดลูกโทษจากจังหวะที่ ดานี่ การ์บาฆัล ไปเสียบ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ทันที แม้กระนั้น ลิโอเนล เมสซี่ กลับยิงไปติดเซฟ ติโบต์ กูร์กตัวส์ อย่างน่าเสียดาย

เปแอสเชเฉือนเรอัลมาดริด2

เกมทำท่าจะจบสิ้นลงด้วยการเท่ากัน แม้กระนั้นแล้วในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 เนย์มาร์ ตอกส้นให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ โชว์สกิลแหวก 2 แนวรับหลุดเข้าไปกดผ่านตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ซุกก้นตาข่าย เปแอสเช ออกนำ 1-0

จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เรอัล มาดริด 1-0 กุมความเป็นต่อก่อนในครั้งแรก ก่อนที่นัดหมายสองจึงควรไปเล่นที่บ้านของ “ราชันชุดขาว” ในวันที่ 10 เดือนมีนาคม นี้

เปแอสเชเฉือนเรอัลมาดริด3

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เปแอสเช (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อาชราฟ ฮาคิมี่, มาร์กินญอส, เปรสแนล คิมเพ็มเบ้, นูโน่ เมนเดส – มาร์โก แวร์รัตติ, เลอันโดร ปาเรเดส, ดานิโล เปเรร่า (อิดริสซ่า กาน่า เกย์ น.87) – ลิโอเนล เมสซี่, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, อังเคล ดิ มาเรีย (เนย์มาร์ น.72)

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆัล (ลูคัส บาสเกซ น.72), เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.82) – มาร์โก อเซนซิโอ (โรดริโก้ โกเอส น.72), คาริม เบนเซม่า (แกเร็ธ เบล น.87), วินิซิอุส จูเนียร์ (เอแดน อาซาร์ น.82)

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)